คุยเรื่อง scifi กับนายผลบอล

คุยเรื่อง scifi กับนายผลบอล

วันนี้ขอขุดบทความเก่าๆสไตล์ Sci-fi ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ เมื่อปีก่อนคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับมวลมนุษย์ชาติที่เราได้ค้นพบ Higgs boson ขวางเป็นที่เรียบร้อยหลังจาก Peter Higgs ทำการค้นหามาเป็นเวลาหลายสิบปี และหัวข้อที่น่าสนใจก็คือ ทำให้เราทราบเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของ จุดจบของจักรวาลในหลายๆ รูปแบบผลบอลครับ

เมื่อย้อนกลับไปในเวลาประมาณกึ่งศตวรรษก่าๆ ที่ผ่านมาเหล่านักฟิสิกส์จำนวณมากมายได้พยาม ค้นหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ซึ่งพอได้ข้อสรุปออกมาประมาณ 4 อย่างครับ

1.Big Rib
คือ การที่จักรวาลชาตการขยายตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนกระทั้งทุกๆแรงโน้มถ่วงในทุกๆโมเลกุลของสารสลายแตกกระจายออกจากกันจนไม่สามารถเกาะเกี่ยวกันไว้หาได้ และ ดับศูนย์ทุกสสารในจักรวาลไปกับพื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่มีวันสิ้นสุดผลบอลไปตลอดกาล

2.Big Crunch
คือ การที่จักรวาลจะแพร่กระจายตัวจาก Big Bang ออกไปจนถึงความด่วนหนึ่งๆ และ เมื่อถึงที่สุดของความเร่งนั้นๆ ก็จะถูกความเร่งนั้นๆที่ทำให้เกิดการขยายตัวดึงดูดเพื่อให้กลับมารวมกันอีกครั้งนะจุดเดียวกันกับจุดที่เกิด Big bang นั้นๆ เพื่อก่อชาตะ Big bang และ จักรวาลในรูปแบบที่เรารู้จักรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะเป็นวัฏจักรเช่นนี้ เรื่อยไป เรื่อยๆไปครับ

3.Big Freeze
คือ การที่จักรวาลจะคลายตัวออกไปเช่นไม่มีที่สิ้นสุดอย่าง Big Rib แต่โชคดี (หรือเปล่า??!!) ที่แรงโน้มถ่วงในทุกๆโมเลกุลนั้นไม่มีผลต่อ การขยายตัวดังกล่าว ซึ่งจะนำพาไปสู่การพัฒนาตัวที่ไม่สิ้นสุด จนทุกดาราจักรนั้นแยก ออกจากกันจนกระทั้งหากเรามองไปที่ท้องฟ้าในเวลานั้น ดาวทั้งท้องฟ้าได้หายไปหมดเรยครับ และจากนั้นจักรวาลก็เย็นลงดาวฤกษ์ทยอยดับศูนย์อย่างหาทางก่อกำเนิดใหม่ไม่ได้ และ ที่จะมีอาจเป็นเพียงแต่หลุมดำเท่านั้นที่กำลังกลืนกินท้องฟ้า โดยท้ายที่สุดอาจจะมีเพียงชะตากรรมแห่งการดับศูนย์ในความหนาวเย็นเท่านั้น ที่จะรอเหล่าความศิวิไลซ์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่เมื่อถึงยุคนั้นครับ

4.Big Bounce
คือ การที่นักฟิสิกส์คิดว่าในหมู่ Stable แบบไม่เต็มเต็ง นะครับ และ ในฟองจักรวาลของเราก็เช่นกันที่มีความไม่เต็มเต็งในการจัดเรียงตัวในระดับ Quantum อยู่ ซึ่งในความไม่เต็มเต็งนั้น มันก็พร้อมที่จะเกิดการกระเพื่อมจนสร้างฟองจักรวาลใหม่ขึ้นมาแทนที่ โดยเป็นกระบวนการที่เกิดจากการกลืนกินจักรวาลอันเก่าของเราเข้าไปแล้วนั้นเองครับ และ ในการจัดเรียงทาง Quantum นั้น หลักการทางเคมี ที่เรา เคยรู้จักดีก็จะกลับตาลปัตรไป กายภาพของหลักการทางทางฟิสิกส์ที่เราเคยเข้าใจก็จะใช้ไม่ได้ และปรากฎการนี้ก็ เป็นปรากฎการที่อธิบายการเกิด Big bang ได้เช่นกันว่าจริงๆแล้ว อาจจะเป็นแค่ Big Bounce ของจักรวาลก่อนหน้าก็เท่านั้นนะครับซึ่งจะเป็นเช่นนั้นเรื่อยๆไปอย่างไม่จบสิ้น แต่ยังโชคดีที่ว่าความเป็นไปได้ที่จะ Big Bounce นั้น มันมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมากๆ ครับ ซึ่งนักฟิสิกส์ทฤษฎีจึงคิดกันว่า Big Bounce น่าจะเกิดขึ้นหลัง Big Freeze นั้นเองครับ

อย่างไรก็ดีก็อย่าพึ่งตกใจกันไปพุฒโตว่าจักรวาลจะแตกนะครับ เพราะเรื่องราวดังกล่าวคงต้องรอกันนานเป็นหมื่นๆล้านปีนะครับถึงค่อยมาตกกะใจกัน เอาเป็นว่าตอนนี้จงใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุขกันไปก่อนดีกว่าครับ และ ในขณะเดียวกันก็เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมรับความทุกข์ ไปในขณะเดียวกันด้วยนะครับ

ผีทุ่ม 30 ล.ป.ซื้อเชสเสริมทัพ sbobet

 

 

ตอนนี้สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดsbobetนั้นก็กำลังเร่งเจรจาการซื้อตัวนักเตะดาวดังเข้าร่วมทีมอย่างต่อเนื่องและตอนนี้ทางสโมสร ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นก็กำลังเตรียมยื่นข้อเสนอให้กับทีมสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่าซึ่งเป็นโปรเจ็กของsbobetหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือป้ายแดงของสโมสรปีศาจแดงที่จัดทัพไว้เรียบร้อยแล้วซึ่งตอนนี้ทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นกำลังเข้าไปเจรจากับทางสโมสรบาร์เซโลน่าเกี่ยวกับเรื่องของการซือตัว มิดฟิลด์จอมเทคนิคอย่าง เชส ฟาเบรกาส ซึ่งเป็นนักเตะที่ หลุยส์ ฟาน กัล นั้นหมายมั่นปั้นมือว่าจะเอามาเสริมแกร่งให้กับทัพผีแดงในฤดูกาลหน้าที่จะถึงนี้ทำให้ตอนนี้แฟนบอลของแมนเชสเตอร์ยุไนเต็ดนั้นมีหวังขึ้นมาอีกแล้วซึ่งแน่นอนว่าทางสโมสรบาร์เซโลน่านั้นก็มีหลุยส์ เอ็นริเก้ เข้ามาเล่นในตำแหน่งเดียวกับ เชส ฟาเบรกาส อยู่แล้วทำให้ตอนนี้บาร์เซดลน่านั้นไม่ค่อยได้ใช้งาน เชส ฟาเบรกาสสักเท่าไหร่นัก

 

ทำให้เป็นโอกาศดีที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นจะเข้าไปคุยเรื่องของสัญญากับทางสโมสรบาร์เซโลน่าในครั้งนี้โดยทางสโมสรปีศาจแดงนั้นเตรียมยื่นข้อเสนอให้กับทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนน่าจะใช้เงินประมาณ 30 ล้านปอนด์หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,650ล้านบาทเพื่อดึงเชส ฟาเบรกาส เข้ามาเสริมทัพในครั้งนี้แน่นอนว่าทางสโมสรบาร์เซโลน่าsbobetนั้นจะยอมปล่อยเชส ฟาเบรกาส ถ้าได้เงินจำนวนนี้ทำให้งานนี้ทีมปีศาจแดงนั้นต้องแกร่งขึ้นอย่างแน่นอนอดีตแข้งอาร์เซน่อลนั้นก็พร้อมที่จะเข้ามาร่วมทัพปีศาจแดงในการคุมของหลุยส์ ฟาน กัล อีกด้วยเพราะทั้งสองนั้นมีความสัมพัธ์ที่ดีต่อกันแต่ว่าถ้าอาร์เซน่อลนั้นอยากได้ขึ้นมางานนี้แฟนผีนั้นคงต้องผิดหวังอย่างแน่นอนเพราะอาร์เซน่อลนั้นทำสัญญากับบาร์เซโลน่าในตอนนขายเอาไว้นั่นเอง

“ร็อด” พาหงส์ผงาดsbo ชปล.

557000006087001

“ร็อด” พาหงส์ผงาดsbo ชปล. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการ ของประชาชน ไอร์แลนด์เหนือ เชื่อ ที่ชื่นชอบ ของลิเวอร์พูล ของ เกาะอังกฤษ จะกลับมา อีกครั้ง บนเวที ยูฟ่าแชม เปียนส์ลีก ในฤดูกาล 2014-15 หลังจากที่ชนะการ ประชัน ก้าว ขวา เป็นครั้งแรก ตั้งแต่ 2009
บิ๊ก บอส หิมะ, 40, ได้รับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้รับรางวัลสัญญาระยะยาว 4 ปี จากพรรค ” หงส์แดง” ได้รับรางวัล ที่สองของ พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013-14 สโมสร ได้รับรางวัล ถ้วยยุโรป รายการ ใหญ่ที่สุด สาวก” เดอะค็อป” รอถึง 5 ปีที่sbo

ทีมจาก เมอร์ซี ลิเวอร์พูล ซึ่งมักจะ ถือ รางวัล ” หู ใหญ่” เป็นเวลา 5 วัน ได้รับการยกย่อง ว่าเป็น สาม โหล ในการจับสลาก สำหรับกลุ่ม อาจจะ เท่ากัน กับที่พบ ใน กระดูก หาก ที่มีคุณสมบัติเพียงพอ ที่จะ16 แต่ อดีต เทรนเนอร์ สวอนซีซิตี้ หวังว่า บรรยากาศ ที่แอนฟิลด์จะเป็น ตัวแปร ที่สำคัญsbo

Rodgers กล่าว . . . “เรา แข่งขันใน ยูฟ่าแชม เปียนส์ลีก ในฝัน และ เป้าหมายของเราคือ พรีเมียร์ลีก นั่นคือสิ่งที่ เราต้องการที่จะ ทำ ม้า เราแสดงให้เห็น ตลอดฤดูกาล เราสามารถทำให้ การแข่งขัน ทัวร์นาเมนต์ ที่สอง กับกองทัพใน ช่วงฤดูร้อนที่เราเชื่อว่า เรา สามารถต่อสู้กับ สาย หัว. จุดประสงค์ของฉัน คือการ พยายามที่จะสร้างนำ ลิเวอร์พูล ชื่ออีกครั้งเป็น หนึ่งในสโมสรที่ ดีที่สุดในยุโรป และสหราชอาณาจักร ที่เรา อยู่บนเส้นทาง ที่ ”

” ผมเคยเห็น หลายแมตช์ มาก่อนและ ผมโชคดี พอที่จะมีเกม แชมเปี้ยนส์ลีก ที่แอนฟิลด์ มันเป็น โอกาสที่ดี . คุณเห็นฉัน บังคับให้ ผู้เล่นที่จะ ได้รับ . ตลอดเวลาที่ ผมอยู่ ที่นี่ใน แฟน ๆ เกม ที่มีความสำคัญ . . แสดงให้เห็น เพียงแค่ ความบ้า นั่นคือเหตุผลที่ พวกเขาจึงเป็น สิ่งที่ดีที่ กองเชียร์ เรากำลังมอง ไปข้างหน้า เรารู้ว่า สำหรับ เปียนส์ลีก ถ้าเราเล่น ได้ดี ทั้งที่บ้าน – . . เยือน เรา เป็นทีมที่ ยากที่จะชนะ เพราะแฟน และ คุณภาพ ของทีม “

ฟิออเรนติน่า พบ นาโปลี บอลอิตาลีที่น่าสนใจ

โปรแกรมฟุตบอลกัสโช่ เซเรียอา ประจำวันเสาร์นี้มีโปรแกรมการแข่งขัน 1 คู่ โดยเป็นการพบกันระหว่าง ฟิออเรนติน่า จะเปิดสนามเอเตมิโอ ฟรังคี่ รับการมาเยือนของนาโปลี แน่นอนว่าเกมส์นี้จะมีการรายงานผลแบบสดๆในรูปแบบ livescore ให้ได้ติดตามกันอีกด้วย

เรามาดูสถานการณ์อันดับในตารางล่าสุดกันก่อนของทั้งสองทีม เริ่มที่เจ้าบ้านฟิออเรนติน่า อยู่อันดับที่ 4 ของตาราง โดยลงเล่นไปแล้ว 35 นัด มี 61 คะแนน ด้านทีมเยือนนาโปลีอยู่อันดับที่ 3 ของตาราง ลงเล่นไปแล้ว 35 นัดเช่นกันมีอยู่ 69 คะแนน เรียกว่าสูสีกันอย่างมากในตาราง โดยฟิออเรนติน่ายังมีโอกาสอยู่เหมือนกันในการแบ่งอันดับที่ 3 ของตารางเพื่อไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยต้องชนะในนัดนี้ให้ได้ก่อน และให้นาโปลีแพ้อีกสองนัดรวดด้วย เรียกว่าโอกาสยากจริงๆสำหรับฟิออเรนติน่า มาดูข้อมูลการแข่งขันสามนัดล่าสุดของทั้งสองทีมกันบ้าง เริ่มที่ฟิออเรนติน่า บุกไปเอาชนะเวโรนาด้วยสกอร์บอล 5-3 ต่อด้วยการเล่นในบ้านแพ้โรม่าไป 0-1 และนัดล่าสุดบุกไปเอาชนะโบโลญญ่าได้ 3-0 เรียกว่าฟอร์มถือว่าดีพอสมควร ด้านทีมเยือนนาโปลีมีผลงานดังต่อไปนี้ เริ่มที่การเล่นในบ้านเอาชนะลาซิโอด้วยสกอร์บอล 4-2 บุกไปเสมอกับอูดิเนเซ่ 1-1 และนัดล่าสุดบุกไปเสมอกับอินเตอร์ มิลาน แบบไม่มีสกอร์ 0-0  นักวิเคราะห์ฟุตบอลอิตาลี มองถึงผลการแข่งขันที่น่าจะเกิดขึ้นในเกมส์นี้ว่า เป็นเกมส์ที่จะสนุกแน่นอน เพราะเป็นทีมที่เน้นเกมส์รุกด้วยกันทั้งคู่ และมีแนวรุกที่เฉียบคมสามารถทำประตูได้ตลอดเวลา จึงเชื่อว่าเกมส์นี้น่าจะมีประตูเยอะแน่นอน ส่วนผู้ชนะของเกมส์ในวันนี้ทั้งสองทีมมีโอกาสพอๆกัน เนื่องจากมาตรฐานของทีมและนักเตะใกล้เคียงกันมากจริงๆ

ให้เวลาหรือไม่ให้เวลา สำหรับ เดวิด มอยส์

เรียกว่าใกล้ที่จะปิดฉากเต็มทีแล้ว สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลลีกยุโรปของประเทศต่างๆ ในฤดูกาล 2013-2014 ตอนนี้หลายคนกำลังรอมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่ประเทศบราซิล แต่แน่นอนว่าสำหรับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดกันว่าหลังจากจบฤดูกาลนี้อาจจะมีความชัดเจนในตำแหน่งผู้จัดการทีมของ เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสกอตแลนค์ว่าจะได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมต่อไปหรือไม่ โดยในช่วงก่อนฟุตบอลโลกเราบอร์ดบริหารของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำการประชุมกันอีกครั้งซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าตอนนี้บรรดาเว็บไซต์แทงบอลออนไลน์ต่างๆ เช่น sbo bet365 dafabet และอื่นๆคงจะทำอัตราต่อรองตำแหน่งกุนซือของเดวิด มอยส์ ออกมาอย่างแน่นอน ซึ่งอนาคตเป็นสิ่งที่น่าติดตามจริงๆ

สถานการณ์ล่าสุดในตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่อันดับที่ 7 ของตารางฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในขณะที่เหลือโปรแกรมการแข่งขันอีก 6 นัด  และตอนนี้กำลังลุ้นแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยตอนนี้กำลังทำการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะต้องเจอกับบาเยิร์น มิวนิค ทีมหมายเลขหนึ่งของวงการฟุตบอลเยอรมันและวงการฟุตบอลยุโรปล่าสุด ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสที่ผ่านเข้ารอบต่อไปไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ผลงานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้เรียกว่าตกต่ำลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเกมส์ในบ้านที่แพ้มาหลายนัดทำให้เหล่าแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงอาการไม่พอใจประกอบนักเตะที่ลงเล่นก็ไม่สามารถแสดงความกระตือรือร้นทุมเทให้กับทีมมากกว่าที่จะเป็น ด้วยเหตุนี้เองทำให้ความรับผิดชอบตกมาอยู่เดวิด มอยส์เต็มๆ และเชื่อว่าการตัดสินใจของบอร์ดบริการไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใดเชื่อว่าแฟนบอลคงจะมีคอมเม้นท์กลับมาที่บอร์ดบริหารแน่นอน โดยเฉพาะ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ที่เป็นคนสนับสนุนเดวิด มอยส์ แบบเต็มกำลังให้มารับตำแหน่งที่นี้

 

อะโอะกิงะฮะระ ปริศนาป่าแห่งการฆ่าตัวตาย แทงบอล

1

อะโอะกิงะฮะระ เป็นป่าที่อยู่เชิงภูเขาไฟฟูจิ ในประเทศญี่ปุ่นมีภูมิศาสตร์เป็นหินภูเขาไฟ มีความแข็งแรงมากและเป็นป่าทึบและเป็นป่าที่ยังไม่มีมนุษย์ย่างกรายเข้าไปจึงสภาพเป็นเหมือนป่าดึกดำบรรพ์ ป่าอะโอะกิงะฮะระ ขึ้นชื่อเรื่องป่าที่มีการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นมากที่สุด แทงบอล ในแต่ละปีมีการฆ่าตัวตายมากกว่า 100 คนในป่าแห่งนี้จนเจ้าหน้าที่ต้องปักป้ายเตือนสติของผู้ที่จะฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ ตามความเชื่อที่ชาวบ้านที่อาศัยในระแวกนั้นบอกว่า ป่าแห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของวิญญาณต้นไม้ โคะดะมะ และดูดเอาพลังงานชีวิตจากผู้ที่เสียชีวิตกลับคืนสู่ผืนป่า แทงบอล

3

การฆ่าตัวตายเริ่มตั้งแต่ปี 1950 โดยพบผู้เสียชีวิตในป่าแห่งนี้กว่า 500 คน เฉลี่ยแล้วปีละ 30 ราย จนในปี 2002 รัฐบาลญี่ปุ่นได้มีการติดป้ายเพื่อเกลี้ยกล่อม แทงบอลให้เปลี่ยนใจแต่ก็ยังมีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นโดยในปี 2002 มีผู้ที่ฆ่าตัวตายกว่า 70 ราย มีความเชื่อหลายๆอย่างเกี่ยวกับป่าแห่งนี้ บ้างก็ว่ามีภูตผีสิงอยู่ที่อยากพาไปอยู่ด้วย บ้างก็ว่าเป็นวิญญาณที่ต้องการตัวตายตัวแทน เป็นความเชื่อของแต่ละคน อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 1950 จนถึงปัจจุบันนี้ตลอดระยะเวลา 14 ปี มีผู้ฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละ 30,000 รายเลยทีเดียว อีกปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะสังคมของคนญี่ปุ่นที่มีการแข่งขันสูง ต้องแข่งกับเวลา จึงอาจเป็นชนวนเหตุให้มีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น อะโอะกิงะฮะระเป็นสถานที่ยอดนิยมที่จะมีผู้มาฆ่าตัวตาย โดยมีรายงานว่าเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเป็นอันดับสองรองจากสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโก.

2

อาถรรพ์แห่งป่าเขา

1338595431

ประมาณเกือบ ๒๐ปีที่ผ่านมาขณะนั้นพ่อของผมยังเป็นโสด อายุได้ประมาณ๒๗-๒๘ปี ยังอาศัยอยู่ที่บ้านเดิมของท่านคือที่จังหวัดนราธิวาส ใต้สุดของประเทศไทย

ที่นั่นจะมีเทือกเขาอยู่เทือกหนึ่ง คือเทือกเขาสันกาลาคีรีและหมู่บ้านที่พ่ออยู่ก็จะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับบริเวณตีนเขาแห่งนี้ ชาวบ้านโดยส่วนใหญ่ก็จะไปขึ้นหาของป่า ล่าสัตว์ป่ามาทำอาหาร อันเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนแถบถิ่นนั้น

การขึ้นไปหาของป่าของคนแถบนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดที่ทุกคนทราบดีก็คือ เขาห้ามขึ้นเขาหลังจากเวลา4โมงเย็นไปแล้ว เหตุผลที่ห้ามก็เพราะหากขึ้นเขาไปหลังจากเวลานี้จะทำให้กลับลงมาไม่ทันพระอาทิตย์ตกดิน และแน่นอนเมื่อหลังจากที่เข้าสู่ช่วงพลบค่ำแล้ว อันตรายนานัปการอาจเกิดขึ้นได้

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พ่อของผมได้ฝ่าฝืนข้อห้ามนี้ เพราะคิดว่าจะขึ้นไปบนเขาไม่สูงจนเกินไปนัก ขึ้นไปเพียงเพื่อจะขึ้นไปเก็บผลหมาหรากไม้ซึ่งปลูกไว้ที่เชิงเขาสูงจากพื้นราบราวหนึ่งกิโลเมตรเพียงเท่านั้น

พ่อกับเพื่อนๆอีกสองคนจึงเดินขึ้นเขาไปด้วยเหตุผลดังกล่าวแม้ว่าขณะนั้นจะเป็นเวลาบ่าย4โมงกว่าๆแล้วก็ตาม เมื่อพ่อของผมกับเพื่อนๆเดินขึ้นไปจนถึงจุดหมายปลายทาง คือบริเวณที่ได้ทำการปลูกต้นผลไม้ต่างๆไว้ เพื่อนของท่านคนหนึ่งก็ได้ปีนขึ้นไปเก็บลูกสะตอบนต้น เพื่อจะนำกลับไปทำอาหารกินแต่ระหว่างที่กำลังปีนป่ายเพื่อเก็บลูกสะตออยู่นั้นเอง ก็เกิดผลัดตกลงมาจากต้น ร่างหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง โดยบริเวณหัวได้ไปฟาดกับโขดหินภูเขา ทำให้เพื่อนของพ่อคนนั้นเสียชีวิตทันที

แรงกระแทกทำให้บริเวณหัวถึงกับแบะแยกออกเป็นแผลฉกรรจ์ มันสมองไหลทะลักออกมานอกกะโหลก เลือดสดๆพุ่งกระฉูดออกมาจนชุ่มโชกไปทั่วบริเวณ ตายสนิทโดยไม่มีโอกาสที่จะรอให้ใครได้ทำการช่วยเหลือเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมันทำให้พ่อผมและเพื่อนอีกคนที่เหลืออยู่ ต่างก็อยู่ในภาวะตกใจเป็นอันมาก แรกๆถึงกับทำอะไรไม่ถูกกันเลย จนกระทั่งเมื่อรวบรวมสติกลับคืนมาได้ จึงได้ปรึกษากันว่าอย่างไรเสียก็ต้องนำศพของเพื่อนลงจากเขากลับไปยังหมู่บ้านให้ได้ เพราะหากขืนทิ้งศพไว้อย่างนั้นมีหวังต้องถูกสัตว์ป่ากัดกินจนเหลือแต่ซากอย่างแน่นอน

เมื่อคิดได้ดังนั้นพ่อกับเพื่อนจึงได้ช่วยกันตัดไม้เพื่อนำมาทำเป็นคานหามศพ ซึ่งกว่าจะจัดการกับศพเพื่อนได้เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงพลบค่ำเข้าไปแล้ว ทีองฟ้าที่เคยสว่างไสวก็ค่อยๆถูกความมืดแผ่ปกคลุมมาทีละน้อย จนในที่สุดก็มืดสนิทในช่วงระหว่างที่พ่อกับเพื่อนอีกคนหามศพเพื่อนกลับลงมาจากจุดเกิดเหตุบนเขา อุปสรรคของการเดินทางเริ่มเกิดขึ้นเมื่อรอบบริเวณตกอยู่ในความมืดสนิททำให้การเดินทางกลับทำได้ยากลำบากมาก พ่อกับเพื่อนจึงตกลงกันว่าจะเข้าไปพักที่เพิงแห่งหนึ่งซึ่งปลูกอยู่ไม่ห่างไปนัก เพิงดังกล่าวนี้ก็เป็นเพิงที่พ่อกับเพื่อนได้ช่วยกันปลูกทิ้งไว้นานแล้วเพื่อไว้ใช้สำหรับเป็นที่พักระหว่างที่ขึ้นมาปลูกพืชผักกผลไม้บนเขาแห่งนี้นั่นเอง เพราะหากขืนเดินต่อไปคงต้องหลงป่าแน่นอน

พอเดินมาถึงเพิงพักหลังที่ว่านี้ พีอก็ได้วางศพเพื่อนไว้บนแคร่ไม้ จากนั้นก็ได้จุดบุหรี่สูบนั่งคุยกับเพื่อนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป จะรอจนกระทั่งเช้าค่อยลงไปหรือจะนั่งรออยู่ที่นี่ เพราะมั่นใจว่าคนที่บ้านและชาวบ้านคงจะต้องพากันขึ้นมาค้นหาและช่วยเหลือ เพราะหลายคนรู้ว่าพ่อและเพื่อนๆขึ้นมาบนเขาตั้งแต่แรกแล้ว ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะรอการช่วยเหลือจากชาวบ้าน ทั้งคู่จึงนั่งคุยกันอยู่อย่างนั้น และช่วงหนึ่งเพื่อนของพีอก็เหลือบไปเห็น “รังผึ้งแห้ง”แขวนอยู่ที่เสาเพิงพัก จึงเกิดความคิดว่า น่าจะจุดรังผึ้งแห้งเพื่อใช้ทำคบเพลิงส่องแสงสว่าง แทนที่จะจุดไฟแชคเป็นช่วงๆอย่างที่ได้ทำมาก่อนหน้านี้

คบเพลิงจากรังผึ้งแห้งใช้งานเป็นอย่างดี มันทำให้สามารถมองเห็นบริเวณเพิงพักได้ค่อนข้างชัดเจน พ่อจึงนำคบเพลิงมาปักไว้ตรงเหนือศีรษะของศพเพื่อน ซึ่งการทำเช่นนั้น มันทำให้มองเห็นสภาพศพ ของเพื่อนได้ถนัดตาเหลือเกิน

พ่อของผมบอกว่าขณะนั้นไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเรื่องผีสางหรือวิญญาณอะไรเลยแม้แต่น้อย….ท่านจึงนั่งอยู่ใกล้ๆๆกับศพของเพี่อน ขณะที่กำลังพูดกับเพื่อนอีกคนไปเรื่อยๆๆโดยไม่ได้รู้สึกหวาดระแวงสิ่งใดๆๆและรู้ตัวด้วยซ้ำว่า ขณะนั้นท่านและเพื่อนได้กำลังฝ่าฝืนกฎแห่งป่าเขาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้าเสียแล้ว และผลของมันกำลังจะปรากฏออกมาให้ประจักษ์ในอีกไม่กี่นาทีนี้ (ฮือออออออ)

ในระหว่างที่พ่อกับเพื่อนั่งคอยความช่วยเหลือจากชาวบ้านอยู่นั่นเองสิ่งผิดปกติบางอย่าได้เกิดขึ้นใกล้ๆๆๆๆตัวของท่านอย่างไม่คาดคิดมาก่อน นั่นก็คือ ศพของเพื่อนที่เพ่ิงตายไปได้ ค่อยๆลืมตาขึ้น ทีละน้อยๆๆๆๆ ตอนแรกพ่อก็ยังไม่รู้ตัวจนกระทั่ง เมื่อนัยตาของศพเบิกกว้างขึ้นและกลอกกลิ้งไปมาทำให้พ่อสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวนั่นเป็นครั้งแรก

นัยน์ตาของศพกลอกไปมาอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดมันก็เหลือกกลับขึ้นไปด้านบนจนเหลือให้เห็นเพียงตาขาวอย่างเดียวไม่เพียงเท่านั้นลิ้นของศพที่ห้อยจุกอยู่ที่ปากที่บวมเจ่อเพราะแรกกระแทกขณะตกลงมาจากต้นสะตอก็ค่อยๆๆๆกระดุกกระดิกทีละน้อนจนกระทั่งมันเปลี่ยนสะภาพเป็นการแลบลิ้นกวาดไปมาราวกับกำลังลิ้มรสเอร็ดอร่อยของคราบเลือดที่เกาะตัวแห้งอยู่ที่รอบๆๆๆริมฝีปากก็ไม่ปาน สิ่งที่พ่อเห็นกับตาตัวเองขณะนั้นมันทำให้ท่านร้องลั่นออกมาด้วยความตกใจสุดขีดจนเพื่อนของท่านที่กำลังนึ่งอยู่บริเวณปลายเท้าของศพสะดุ้งโหยง เมื่อเพื่อนถามว่าเกิดอะไรขึ้นพ่อก็บอกออกไปตามความจริงอย่างที่ได้เห็นแต่เพื่อนของท่านกลับหาว่าพ่อตาฝาดเพราะเขาไม่ได้เห็นอะไรอย่างที่พ่อเห็นเลยทั้งที่นั่งอยู่ใกล้ๆๆกัน

ศพเพื่อนพ่อกลับมาอยู่ในลักษณะเดิมในขณะที่เพื่อนพ่อเป็นฝ่ายจ้องมองบ้างมันจึงยิ่งทำให้เพื่อนพ่อมั่นใจว่าพ่อผมตาฝาดไป และตัวพ่อเองก็พยายามที่จะคิดอย่างนั้นหากเหตุการณ์มันจบลงในลักษณะดังกล่าว แต่มันหากเป็นเช่นนั้นไม่เพราะเพียงแค่อีกอึดใจต่อมาก็ได้เกิดกระแสลมพัดอื้ออึงเข้ามาในเพลิงพักพร้อมๆๆกับเสียงๆหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางกระแสลม ลักษณะของเสียงเป็นเสียงดังครืดคราดๆๆๆๆคล้ายกับคนที่พยายามหายใจ แต่ไม่สามารถหายใจได้สะดวกและเสียงนั้นมันดังขึ้นตรงบริเวณส่วนหัวของศพที่วางอยู่บนแคร่ ไม่ห่างจากจุดที่พ่อกับเพื่อนที่กำลังนั่งห่างเท่าใดนัก

คราวนี้ไม่เพียงแต่พ่อผมเท่านั้นที่สังเกตเห็นถึงความผิดปกตินั้น เพื่อนของพ่อซึ่งพึ่งกล่าวหาว่าพ่อตาฝาดิ ได้ลุกขึ้นแล้วชะโงกหน้าไปทางที่มาของเสียง นั่นก็คือบริเวณส่วนหัวของศพเพื่อตรวจดูความผิดปกติ และช่วงจังหวะนั้นเองที่เพื่อนพ่อต้องสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับตะโกนร้องลั่น เมื่อได้พบกับภาพอันสุดสยองขวัญสั่นประสาทเกินกว่าจะทานทนได้ไหว นัยตาของศพเบิกโพลงและเหลือกลานไปมาในขณะที่เพื่อนพ่อชะโงกหน้าไปมองลิ้นของศพเลียไปรอบๆๆริมฝีปากขณะที่เสียงดังครืดคราดนั้นดังขึ้นจนได้ยินชัดเต็มสองหู

ทั้งพ่อผมและเพื่อนต่างกระโจนออกจากเพิงพักแทบไม่ทันต่างคนต่างวิ่งร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัวจนแทบควบคุมสติไม่ได้ พ่อบอกว่าาท่านพึ่งรู้ซึ้งถึงคำว่าป่าราบนั้นเป็นอย่างไรก็คราวนั้นนั่นเอง แต่เดชะบุญที่ท่านกับเพื่อนออกวิ่งได้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก ก็ได้มาพบกับบันดาชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่พากันขึ้นมาตามหาด้วยความเป็นห่วง เหมือนสวรรค์ทรงโปรด เพราะหนึ่งในกลุ่มชาวบ้านที่พากันขึ้นมาตามหานั้น มีลุงของพ่อซึ่งเป็นคนที่มีวิชาอาคมและเป็นนายพรานใหญ่ผู้มีประสบการณ์ร่วมทางมาด้วย พ่อผมเลยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ลุงฟัง จากนั้นจึงได้นำทางกลับไปยังเพิงพักซึ่งเป็นจุดที่ตั้งของศพ

พอทุกคนเดินเข้าไปใกล้บริเวณเพิงพักดังกล่าวและมองเข้าไป แสงส่องสว่างของคบไฟที่ปักไว้ภายในเพิงทำให้ทุกคนมองเห็นร่างศพของเพื่อนพ่อนอนอยู่บนแคร่ไม้ ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างถูกผูกยึดติดกับคานไม้ที่ใช้สำหรับหาม และข้างๆๆศพปรากฏว่าร่างของชายคนหนึ่งสวมเสื้อขาวกางเกงสีหม่น ผิวดำเกรียม ร่างสูงใหญ่ยืนทะมึนนิ่งอยู่ เสียงชาวบ้านที่ร่วมขบวนไปด้วยกันกว่าสิบคน ส่งเสียงดังเอะอะโหวกเหวกด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น ทำให้ร่างของชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่จะค่อยๆๆๆเลือนรางหายไปต่อหน้าต่อตาคนที่ไปด้วยทุกคน

กลุ่มชาวบ้านได้พากันเดินเข้าไปในภายในเพิงพัก ลุงของพ่อได้สอบถามว่าเอาอะไรมาทำคบไฟ พ่อผมและเพื่อนจึงตอบว่า ได้เอารังผึ้งแห้งมาจุดไฟทำคบ ลุงของพ่อจึงรีบดับไฟจากคบรังผึ้งแห้งนั้นพร้อมกับบอกว่า คนโบราณในท้องถิ่นเขาถือ ห้ามไม่ให้เอารังผึ้งมาจุดไฟ เพราะเชื่อกันว่าการจุดรังผึ้งจนเกิดเปลวไฟขึ้นมาในระหว่างที่อยู่บนเขานั้น มันเป็นการส่งสัญญานเรียกผีหรือวิญญาณให้มาหา พ่อผมกับเพื่อนของท่านไม่เคยรู้เรื่องอย่างนี้มาก่อนจึงเข้าใจเดี๋ยวนั้นเองว่าเหตุการณ์สยองขวัญต่างๆๆที่เกิดขึ้นมานั้น มันคงมีสาเหตุมาจากท่านนำรังผึ้งมาจุดเป็นคบไฟเรียกวิญญาณผีป่าผีเขาให้มาหานั่นเอง

ศพของเพื่อนพ่อที่ขึ้นไปตายบนเขาในวันนั้น ถูกชาวบ้านช่วยกันนำลงมาภายในคืนนั้นและได้ตั้งสวดประกอบพิธีทางศาสนาในวันรุ่งขึ้นท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติมิตรทุกคน โดยเฉพาะกับพ่อและเพื่อนของท่านที่ขึ้นเขาไปพร้อมกันในวันนั้น นอกจากความเสียใจที่ต่้องเสียเพื่อนรักไปแล้วความหวาดกลัวกับเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นมันยังฝังอยู่ในความทรงจำไม่เคยลืมเลือน เพราะคงไม่มีอะไรอีกแล้ว ที่จะทำให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวได้มากมายเท่ากับเหตุการณ์สยองขวัญอันเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึึงการณ์เกี่ยวกับอาถรรณ์แห่งป่าเขาดั่งเช่นคราวนั้น

สุสานช้าง

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

ข่าวการล้มของช้างพร้อมกันทีเดียว 6 ตัว ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเครือหวาย ในท้องที่บ้านคลองพลู หมู่ 4 ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เขตติดต่อตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา โดยเฉพาะช้างโขลงใหญ่ขนาดนี้ที่นอนตายเอาหัวชนกัน ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย
แม้ว่าล่าสุดจะมีข้อสรุปในเบื้องต้นว่า ช้างน่าจะตายเพราะกินหญ้าที่มียาฆ่าแมลง เนื่องจากพิสูจน์พบว่ามีองค์ประกอบของสารเคมีทางการเกษตรกลุ่มยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ตกค้างอยู่ในเศษอาหารของซากช้างทั้ง 6 ตัว แต่ก็ยังมีคำถามที่ยังคาใจว่า…ทำไมต้องมานอนตายเอาหัวชนกัน!
เสียงเล่าลือเรื่อง สุสานช้าง ในตำนานพรานป่าจึงยังลอยวนเวียนอยู่ในวงสนทนาที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด ว่ากันว่าในป่ามีสุสานช้างอยู่ที่ไหนสักแห่ง ซึ่งใครๆ ต่างพยายามค้นหา เพราะนั่นหมายถึงขุมทรัพย์อันมหาศาล

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่าป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ.2540 หรือที่นักอ่านโดยทั่วไปรู้จักกันในนาม “พนมเทียน” เจ้าของนวนิยายผจญภัยอันลือลั่นเรื่อง “เพชรพระอุมา” ในวัย 76 ปี ให้ความเห็นในฐานะผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องพงไพร เคยใช้ชีวิตอยู่ในป่าอยู่นาน 30-40 ปี ว่า
สาเหตุที่ช้าง 6 ตัวตายรวมกันที่ป่าเครือหวาย จังหวัดจันทบุรี อาจจะเป็นเพราะเกิดโรคระบาด หรือเกิดวิปริตทางธรรมชาติ อย่างในอดีตที่ผ่านมา ก็เคยมีแล้วที่ช้างที่หนีอันตรายจากภูเขาไฟระเบิดถึงกับไปตายร่วมกันเป็นจำนวนมาก
ส่วนเรื่อง “สุสานช้าง” นั้นเป็นเพียงเรื่องตำนานที่เล่าขานต่อๆ กันมาว่า ช้างเวลาที่จะตายก็ต้องไปตายที่สุสานช้าง แต่เท่าที่สอบถามจากบรรพบุรุษซึ่งเป็นนักเดินป่าย้อนหลังไป 100 กว่าปี ก็ยังไม่เคยมีใครพบสุสานช้างเลย
ผมคิดว่าเรื่องสุสานช้างนั้นไม่มี ช้างนึกจะตายที่ไหนก็ตายที่นั่น ผมเองก็เคยตามหาสุสานช้างอยู่หลายปี ตลอดชีวิตการเดินป่า 40-50 ปี กระทั่งเคยไปค้นหาตามถ้ำโบราณกับชาวต่างชาติที่สนใจเรื่องสุสานช้าง ไม่เคยพบเลย พบแต่หลักฐานของมนุษย์ถ้ำ
เจ้าของนวนิยายผจญภัยในป่า ผู้สร้าง รพินทร์ ไพรวัลย์ ให้เป็นจอมพรานผู้ยิ่งใหญ่ ย้อนเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ยังเข้าป่าว่า
“ตอนผมเข้าป่าอายุ 24 ปี เห็นช้างอยู่กันเป็นฝูงเป็นโขลง ซึ่งจะว่าไปแล้วช้างเป็นสัตว์ที่ไว้ใจไม่ได้ เป็นสัตว์ดุร้าย หากใครมีเหตุที่ต้องเผชิญหน้ากับช้าง ต้องเลือกระหว่าง “วิ่งหนี หรือไม่ก็ยอมให้ช้างเหยียบตาย”
ถ้าไปทำร้ายช้างเมื่อไหร่ มีความผิดเมื่อนั้น แต่ช้างเหยียบคนตาย ช้างไม่มีความผิด และไม่ถูกตามล่า อย่างดีก็ถูกไล่ให้ไปอยู่ในป่า เพราะมีกฎหมายคุ้มครองตั้งแต่ พ.ศ.2504-2505 เป็นพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ให้สิทธิสัตว์ป่าไว้มากเหลือเกิน ซึ่งก่อนหน้านั้นผมกับเพื่อนก็ยังเข้าไปในป่าไปล่าสัตว์กันมาก กฎหมายดังกล่าวจึงออกมาเพราะคนนิยมเข้าป่าล่าสัตว์กันเป็นจำนวนมาก
นักประพันธ์เพชรน้ำเอกของนวนิยายท่องไพร “เพชรพระอุมา” เล่าว่า ความที่ชีวิตวัยหนุ่มที่เข้าป่าล่าสัตว์อยู่บ่อยครั้ง ได้พบเห็นและมีประสบการณ์ที่โชกโชนเกี่ยวกับสัตว์ป่าต่างๆ นานา รวมทั้งได้เห็นความดุร้ายของช้างมาแล้ว ผมล่าสัตว์ป่ามาแล้วแทบทุกชนิด แต่มีอยู่ชนิดเดียวที่ผมไม่ล่า คือ ช้าง เพราะเคยตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า ผมจะไม่ทำร้ายช้าง และช้างก็อย่ามาทำร้ายผม
ในชีวิตเดินป่าของผมไม่เคยทำบาปกับช้างแม้แต่ครั้งเดียว แต่เคยเห็นช้างทำร้ายคนจนตายมาแล้วหลายครั้ง แถวป่าจังหวัดทางภาคใต้ก็เคย ที่ห้วยขาแข้งก็เคย แล้วยังมีทางแถบลุ่มน้ำสาละวินในเขตประเทศพม่าอีก
เจ้าของนามปากกา “พนมเทียน” ย้ำอีกว่า ตนเองเป็นคนที่รักการเดินป่า รักการยิงปืน และไม่มีเจตนาไปฆ่าสัตว์ให้หมดสิ้นไปจากป่า มีอาวุธไว้แค่ป้องกันตัว
ในป่าไม่สามารถจะหาอาหารอะไรได้ อย่างดีก็เอาข้าวสารกับเกลือเข้าไป จะมีที่ล่าสัตว์จริงๆ ก็คือ พวกกวาง เก้ง ขอจากป่าวันหนึ่งอย่างมากก็ตัวหนึ่งเพื่อใช้เป็นอาหาร ไม่ใช่ยิงทิ้งยิงขว้าง ผมไม่ล่าช้าง ไม่ทำร้ายช้าง ก็เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ ถ้าเกิดไปล่าสักตัว ป่าเสียหมด มันเน่าเหม็น และอีกประการคือ ล้มมาก็ไม่ได้เอาเนื้อไปทำประโยชน์
การล่าช้างเพื่อจะเอางามาขาย ผมเห็นว่าบาปมากเกินไป สัตว์พวกนี้อายุมากกว่าพวกที่จะไปล่าเสียอีก ช้างบางตัวอยู่มา 70-80 ปีแล้ว แต่ผมอายุแค่ 20 กว่าปีจะไปฆ่าช้างพวกนั้น มันไม่ถูกต้อง จึงตั้งจิตกับตัวเองว่า เรื่องล่าช้างจะไม่แตะต้อง ช้างกับผมไม่เคยที่จะเป็นอันตรายต่อกัน

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมประจันหน้ากับช้างพลายตัวใหญ่มาก ระยะห่างเพียงแค่ 20 เมตร ช้างตัวนั้นม้วนงวงใช้ขาเตะดิน พร้อมที่จะเข้ามาทำร้ายผมทุกวินาที ผมเองก็เตรียมตัวอยู่เหมือนกัน ในมือมีปืนไรเฟิลพร้อมที่จะระเบิดกระสุนได้ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้ผมเคยตั้งจิตอธิษฐานว่าจะไม่ทำร้ายช้าง พอถึงนาทีวิกฤต ผมก็เลยลองตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้งว่า ถ้าเราไม่เคยมีบาปมีกรรมต่อกัน ขอให้หลีกทางให้ผม เพราะตอนนั้นผมหนีไปไหนไม่ได้เลย เนื่องจากสองข้างทางที่ผมยืนอยู่เป็นเหวลึก หากหนีก็ตกเหวตาย สักพักเป็นเพราะแรงอธิษฐานหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ช้างก็หันหลังกลับ หลีกไปอีกทาง ผมก็เลยรอดตายมาได้
ฉัตรชัยบอกต่ออีกว่า ทุกวันนี้ที่สัตว์ป่าได้รับการปกป้องคุ้มครองชีวิตมากขึ้น ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณ นพ.บุญส่ง เลขะกุล
ท่านเป็นอาของผมเอง ท่านเข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับป่าจนกระทั่งมีความคิดที่จะคุ้มครองชีวิตสัตว์ป่า ก็เลยลุ้นให้รัฐบาลออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ก่อนหน้าที่จะมีกฎหมายดังกล่าวออกมา เราก็มีพระราชบัญญัติคุ้มครองช้างป่าอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 คือ เมื่อก่อนใครยิงช้างป่าตาย จะถูกปรับตัวละ 80 บาท ถือว่าเป็นค่าปรับที่สูงมาก ปัจจุบันมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
ความที่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเข้มงวดมากขึ้น คนล่าช้างไม่ได้ ทำให้อัตราการล่าช้างลดน้อยลงไปอย่างมาก แต่ถ้าพูดสภาพความเป็นอยู่ของช้างก็ไม่ได้มีชีวิตที่อยู่ดีมีสุขกับป่าเขาเหมือนแต่ก่อนสักเท่าไหร่ เพราะป่าในเมืองไทย ซึ่งก็คือบ้านของช้างถูกทำลายลงไปเรื่อยๆ เมื่อช้างไม่มีอาหารเพียงพอ ก็จะออกจากป่า เราจึงได้ข่าวการบุกรุกไร่สับปะรด ไร่กล้วย ไร่อ้อย ของชาวบ้าน
ผมว่าการที่มีกฎหมายคุ้มครองช้างเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนไม่สามารถล่าช้างป่าแบบตรงๆ ได้ แต่ก็ต้องหาวิธีที่จะไม่ให้ช้างต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ จนต้องออกจากป่ามาหาอาหาร นั่นก็คือ ต้องมีป่าให้ช้างอยู่ และสร้างแหล่งอาหารให้ช้าง ปลูกกล้วย สับปะรด ทิ้งไว้ในป่า
การตายหมู่ของช้างทั้ง 6 ตัวในครั้งนี้ น่าจะเป็นการสร้างความสำนึกให้เกิดแก่คนไทยทุกคน ให้หันมาช่วยกันดูแลใส่ใจคุณภาพชีวิตของช้าง สัตว์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งถ้าไม่กล่าวถึงช้างเผือกที่ถือเป็นสัตว์คู่บารมีพระมหากษัตริย์ไทยนับแต่โบราณ ช้างในปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรี เป็นสิ่งดึงดูดการท่องเที่ยวไทย และอื่นๆ อีกมากมาย ควรที่เราจะช่วยกันดูแล
โดยเฉพาะการปลูกป่า ปลูกอาหารให้ช้าง เพราะเมื่อมีอาหารเพียงพอ ปัญหาบุกรุกทำลายพืชไร่ของชาวบ้าน รวมทั้งปัญหาช้างขอทานก็น่าจะหมดไป

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

ป่า, ป่าไม้, เรื่องเล่าจากป่า, ประสบการณ์จากป่า, เดินป่า, ป่าเมืองไทย, พรานป่า

เรื่องประกอบ “สุสานช้างไม่มีจริง”
นายพิสิษฐ์ ณ พัทลุง อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ให้ความเห็นว่า ผมว่าสุสานช้างไม่มี น่าจะเป็นเรื่องเล่า เหมือนกับเรื่องเสือสมิง ที่กล่าวถึงในนิยายหลายเรื่องว่าเป็นสัตว์ที่มีวิญญาณสิง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนิยาย และถ้าจะพูดในทางวิทยาศาสตร์ ก็ไม่เคยมีข้อพิสูจน์ว่ามีสุสานช้าง ผมว่าน่าจะนำหลักการมาจากเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่เขียนภาพบนผนังถ้ำ เป็นลายเส้นของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่ไล่ช้างไปตกหน้าผาที่เดียวหลายๆ ตัว เป็นการสันนิษฐานว่ามีการไล่ต้อนช้างให้ตกไปจากที่สูง แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสุสานช้าง
การตายของช้างก็จะเป็นการตายตามปกติเหมือนสัตว์ทั่วไป ถ้าเป็นป่าที่สมบูรณ์จะไม่มีซากให้เหลือเน่านัก เพราะว่าพอช้างตาย สัตว์ที่กินซากก็จะมากิน แม้แต่กระดูกที่เหลือเม่นก็จะมากิน ส่วนกระดูกที่เหลือจากเม่นกินชิ้นเล็กๆ ก็จะแมลงมากินต่ออีก เพราะฉะนั้นในบริเวณพื้นที่ป่าสมบูรณ์จะไม่พบซากสัตว์เน่าเหม็น
การที่พบช้างตายร่วมกัน 6 ตัว เอาหัวมาชนกัน ลักษณะอย่างนี้น่าจะโดนล่า ผมเชื่อว่าอาจจะถูกยิงพร้อมกัน และตายจำนวนหนึ่ง อีกจำนวนหนึ่งบาดเจ็บแล้วหนีไปได้ เพราะมีการล่าเอาเนื้อ เอาหนัง เอาจู๋ เอากระดูก แต่ถ้างายังอยู่ เป็นเรื่องแปลก และหากถูกสารพิษคงไม่มาตายรวมกัน
อย่าลืมว่าคนที่กินงวงช้าง กินจู๋ช้าง กินเนื้อช้าง มีไม่น้อย ผมเชื่อว่าช้างคงจะไม่หมดไปจากประเทศไทย ในอดีตป่าเมืองไทยมันเชื่อมต่อกัน แต่ปัจจุบันป่าถูกทำลายเหลือเป็นหย่อมๆ เส้นทางของช้างถูกตัดขาดไปด้วย เพราะคนบุกรุกพื้นป่าทำลายแหล่งน้ำของช้าง ทำให้ช้างต้องออกมาบุกรุกพื้นที่ของชาวบ้าน ซึ่งช้างไม่รู้หรอกว่ากล้วย อ้อยเป็นของใคร
ถ้าจะไม่ให้ช้างหมดไปจากเมืองไทย ทางอุทยานแห่งชาติต้องเข้ามาจัดการ ผมอยากเห็นป่าที่ใกล้กันมีการจัดพื้นที่ที่เชื่อมต่อกันระหว่างป่าต่อป่า ไม่จำเป็นต้องเชื่อมเป็นพื้นที่ใหญ่โต เพียงแค่ให้ช้างมีเส้นทางของมันที่สามารถจะย้ายจากป่าหนึ่งไปอีกป่าหนึ่งโดยปลอดภัย โอกาสที่ช้างจะสูญพันธุ์จะน้อยลง
เรื่องประกอบ “คืนช้างสู่ป่าแก้ปัญหาวิกฤตช้างไทย”
มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประชากรช้างว่า ปัจจุบันช้างเอเชียมีการกระจายพันธุ์ใน 13 ประเทศ โดยพบในประเทศไทยประมาณ 5,000 ตัว เป็นช้างป่าประมาณ 2,000 ตัว และช้างเลี้ยงอีกประมาณ 3,000 เชือก ปัจจุบันประชากรช้างป่ากำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจากปัญหาการถูกล่าและผืนป่าซึ่งเป็นถิ่นอาศัยถูกทำลายลง ช้างเลี้ยงจำนวนมากต้องประสบปัญหาตกงานกลายเป็นช้างเร่ร่อนและช้างขอทานในเมืองใหญ่ หรือถูกใช้งานลักลอบลากไม้ผิดกฎหมาย
เป็นที่มาของโครงการช่วยเหลือช้าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาช้างไทย โดยเฉพาะปัญหาช้างลักลอบลากไม้ผิดกฎหมายและปัญหาช้างเร่ร่อน
การนำช้างเลี้ยงกลับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูประชากรช้างป่าเป็นแนวทางในการช่วยป้องกันไม่ให้ช้างสูญพันธุ์ไปจากป่า ในเวลาเดียวกันยังช่วยแก้ปัญหาช้างเลี้ยงที่ไม่มีงานทำ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่รัฐบาลเข้มงวดกับการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยมีการยกเลิกสัมปทานป่าไม้ในปี 2533-2534 และได้ประกาศให้งานชักลากไม้ในป่า เป็นอาชีพผิดกฎหมาย ทำให้ช้างลากไม้ทั้งหมดกลายเป็นช้างที่ทำงานผิดกฎหมายนับแต่นั้นเป็นต้นมา
การดำเนินโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ ยังได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ได้รับความสนใจและความร่วมมือจากนานาชาติ และบุคคลสำคัญในระดับชาติอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดอีกด้วย

กฎข้อห้ามของพราน

images

กฎข้อห้ามของพรานล่าสัตว์ ที่ยึดถือ มาแต่โบราณ เรื่องพวกนี่ควรจะเชื่อและไม่ลบหลู่ครับ เช่น

-  ไม่ยิงสัตว์ที่ ท้องหรือมีลูกอ่อนๆ จะรู้ได้ไงว่าสัตว์นั้นมีลูกหรือกำลังท้อง ต้องหัดสังเกตเองครับ เช่นซูมกล้องส่องนกอยู่ แต่ที่ปากนกคาบแมลงหรือใส้เดือนไว้ตลอด เดาได้เลยครับว่ามันหาอาหารเอาไปป้อนลูกอ่อนของมัน

-  ยิงสัตว์ต้องยิงให้ตายอย่าปล่อยไปขณะที่สัตว์บาดเจ็บอยู่(เพราะเป็นอันตราย กับพรานอื่น) ไม่พูดจาหยาบคายขณะออกล่า นั่งห้างกลางคืนปวดขี้ปวดเยี่ยวยังไงก็ห้ามลงจากห้างเด็ดขาด มีคนมาเรียกหรือตามให้กลับบ้านก็ห้ามลง ต้องรอจนรุ่งเช้า(บ้างก็กลัวเป็นเสือสมิง-ผีป่า ผีโป่ง ต้องโยนไฟให้คนที่มาเรียกจุดให้ดูก่อน ถ้าจุดไฟได้ก็ลงจากห้างได้..ถ้าไม่ยอมจุดไฟก็ยิงหัวได้เลย)

-  ไม่ยิงสัตว์ มั่ว ประเภทคะนองปืน เจอตัวอะไรก็ยิงด่ะไปหมดห้ามเผาป่าเพื่อให้หญ้าอ่อนระบัดขึ้นใหม่ และมาแอบซุ่มยิงเก้งกวาง-กระต่าย

-  ห้ามทำปืนผูก(เพราะเป็นอันตรายกับพราน อื่นๆ พรานเก่าๆตายกันมากเพราะโดนปืนประเภทนี้จากพรานรุ่นใหม่ๆที่นำปืนไปผูกไว้ ตามด่านสัตว์เดิน โดยฝืนกฎของพรานเก่าๆ พรานเก่าแทบสูญพันธุ์ ตายแล้วแถมถูกประณามจากชาวบ้านอีก)

-  ไม่มั่นใจในเป้าอย่ายิง(อาจจะเป็นพวกพรานด้วยกัน นั่งขี้หัวผลุ่บๆโผล่ ๆในดงหญ้าคาหรือที่รกทึบ เพื่อความเป็นส่วนตัว มีประวัติพรานใหญ่ตายคากองขี้ก็แยะเพราะโดนปืนจากพรานกรุง พวกนิยมส่องสัตว์กลางคืน)

-  ไม่ทิ้งขยะหรือของเหลือใช้ ที่ไม่ใช่ของป่าไว้ในป่า หากจำเป็นจริงต้องกลบฝัง (จะเห็นว่ามีมาแต่โบราณเลย อาจจะเป็นเรื่องกลิ่น ที่สัตว์จะกระสากลิ่นคนเราจากสิ่งของเร็วมาก ทำให้เตลิดหากินในป่าที่ลึกเข้าไปอีก)

-  ห้ามถ่มน้ำลายในป่า

-  ต้องทำการข่ม ป่าด้วยการไหว้เจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขาทุกครั้ง เมื่อออกล่าสัตว์ในพื้นที่นั้นๆ เซ่นไหว้ด้วยข้าว ยาเส้น- หมากพลู ที่เตรียมไป

-  อยากยิงอยากได้อะไรก็ขอท่านไป (เมื่อเอ่ยขอแล้ว ห้ามยิงสัตว์ที่ไม่ได้ขอเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะเกิดเภทภัย เช่นขอเก้งกวาง แต่ไปยิงกระทิง จะเกิดฝนถึงพายุใหญ่ จนพรานอยู่ไม่ได้ หรือติดตามกระทิงที่ยิงไม่ได้ เผลอๆถูกฟ้าผ่าตายอีก เพราะไปทำผิดกฎที่ขอไว้)

-  ห้ามทำห้างบนต้นไทร

-  ห้ามนั่งห้างบนต้นไม้ที่ มีรากโผล่ขึ้นมาบนผิวดินเด็ดขาด(เพราะต้นไม้พวกนี้มีผีหรือเจ้าที่ สิงอยู่)

-  ห้ามทำลูกห้างเกินจำนวน(ผมจำไม่ได้ว่าต้องใช้ไม้กี่ท่อนที่มาทำ ลูกห้าง แต่ห้ามถึงสิบท่อนแน่ การนั่งห้างถึงได้ลำบากมากเพราะมีกฎนี้อยู่ จะหาไม้มาทำแยะๆจะได้นั่ง-นอนแบบรอสบายๆอุราไม่ได้เลย)

-  ห้ามหลับบนห้าง เด็ดขาด

-  พรานบางคนนั่งหลับ แล้วโดนงูเหลือม-หลามเลื้อยขึ้นไปรัด ก็มีแยะเป็นตำนานเลยเรื่องพวก นี้

-  ห้ามนั่งห้างที่มียอดไม้ติดชิดๆกันหรือกิ่งก้านใกล้ๆกัน เพราะงูเหลือม-หลามมันจะเข้ามาทางหัวพรานเลยโดยการทิ้งตัวลงมารัดและเขมือบ แบบตื่นๆเนี่ยแหละ เพื่อนพรานมาวู้เรียกตอนเช้า ก็ไม่เห็นแล้วงูเอาไปย่อยแล้ว(มีพรานหลายคนที่หายตัวสาบศูนย์ไปเลยจากบน ห้าง การนั่งห้าง งูเหลือม-หลามคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับพรานที่ชอบเข้าป่าลึกๆ)

-  พรานเก่าแก่ชาวกระเหรี่ยงบางคนจะใช้เชือกกล้วยมาทำเป็นเข็มขัด และสร้อยคอ เวลาขึ้นนั่งห้าง (งูเหลือม-หลามจะแพ้ตบะกลิ่นยางจากเปลือกของต้นกล้วยยิ่งแห้งยิ่งดี เคยอ่านเจองูเหลือมเขมือบกินพรานคาไว้ครึ่งตัว เพราะไปติดตรงเอวที่มีเชือกกล้วยผูกไว้ จะกลืนก็ไม่ได้จะคายก็ไม่ออก เพราะถ้าสัมผัสกับเชือกแล้วงูหลาม-เหลือมมันจะนิ่งเลยไม่ค่อยขยับตัว ตัวที่กินพรานเลยขยอกน้ำย่อยจากท้องให้ย้อนขึ้นมาที่ปาก เพื่อจะพยายามย่อยพราน และมีกลิ่นคาวเหม็นคลุ้งไปหมด)

-  ห้ามนั่งบังไพรตามโป่งดิน บริเวณที่มีดินโป่งต้องหาต้นไม้ทำห้างอย่างเดียว (พรานโบราณเชื่อเรื่องผีโป่งมาก ผีโป่งมีลักษณะเป็นลูกไฟกลมๆลอยไปลอยมามี เสียงร้องกรีดแหลมเหมือนเสียงผู้หญิงหรือเด็กเล็ก)

-  ห้ามตั้งแคมป์ใน บริเวณที่ใกล้แหล่งน้ำ(เพราะช้างป่าจะมาเหยียบเอาได้)…กินน้ำจากป่าต้องนำ มาต้มก่อนทุกครั้ง(มีเชื้อมาลาเลีย) วันพระห้ามออกล่าเด็ดขาด

-  ไม่ตีงูจงอาง (เพราะกลัวคู่ของมัน)

-  ไม่นำลูก ของสัตว์ป่ามาขาย-ไม่ทำลายสัตว์ที่กำลังเป็นแม่

-  ห้ามมีเพศสำพันธ์กันใน ป่า

ประสบการณ์จากป่า 02 เสือสมิง

ประสบการณ์จากป่า 02 เสือสมิง

เรื่่องเล่าจากป่า

เรื่่องเล่าจากป่า

ประสบการณ์จากป่า 02 เสือสมิง

สวัสดีครับเพื่อนๆนักอ่านทุกท่าน  วันนี้ผมมีความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีในป่ามาเล่าสู่กันฟังนะครับ  เนื่องจากผมเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับเสือสมิงมานานพอสมควรวันนี้ผมจึงคิดว่าจะนำเรื่องเสือสมิงมาเล่าสู่กันฟัง  ว่าความจริงแล้วเสือสมิงมีที่มาเป็นยังไงและตำนานที่เล่าเรื่องเสือสมิงต่อๆกันมาเขาว่าอย่างไรกันบ้างครับ

เสือสมิง เป็นผีตามความเชื่อของชาวไทยและชาวกะเหรี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับป่าและภูติผีวิญญาณสิ่งชั่วร้าย

มีความเชื่อว่าเสือสมิง ถือว่าเป็นเสือชนิดหนึ่ง ที่มีคำสาปอาถรรพ์สถิตอยู่ในตัว สามารถแปลงกายเป็นเสือได้ เพื่อหลอกผู้ที่พบเห็น โดยเฉพาะนักเดินป่า หรือนายพราน ผู้ที่เป็นเสือสมิงอาจเป็นได้หลายแบบ คือ

- เกิดจากดวงวิญญาณของเสือที่ตายแล้ว มาสิงสู่ร่างคน หรือวิญญาณคนที่ตายแล้วยังไม่ไปเกิด จึงได้สิงสถิตและจองจำในร่างของเสือร้าย

- เกิดจากเสือที่อาละวาดกินคนเข้าไปมาก จนมีวิญญาณคนสิงอยู่ในร่าง

- ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า สามารถแปลงกายเป็นเสือแต่อาจจะทำผิดครูจึงทำให้เวทมนตร์เข้าหาตัว หรือ ผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้าแต่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ของเข้าตัวกลายเป็นเสือได้ เสือสมิงพวกนี้จะเรียกว่า สมิงอาคม

เสือสมิง คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า ต้องเป็นเฉพาะผู้หญิง แต่ในความจริงเสือสมิงเป็นได้ทั้งชายและหญิง

- เสือสมิงที่มีฤทธิ์แรง สามารถแปลงกายเป็นเสือตัวใหญ่ในช่วงเวลาไหนก็ได้ ทั้งกลางวันและกลางคืน มีแรงอาฆาตพยาบาทมาก

- เสือสมิงที่มีฤทธิ์ปานกลาง จะแปลงกายได้ในตอนหวาดกลัวสุดขีด หรือในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงแล้วกลายเป็น เสือลายพาดกลอน

ผู้ที่เป็นเสือสมิง จะมีพฤติกรรมลึกลับในส่วนลึกของจิตใจ ทั้งบุคลิกท่างการแสดงออก จะมีลักษณะคล้ายกับเสือโคร่ง ชอบกินเนื้อสัตว์แบบสุกๆ ดิบๆและมีกลิ่นคาว ถ้าสัตว์อื่นที่ได้พบเห็นจะต้องหวาดกลัวทันที บางรายก็ไม่ปรากฏอาการแต่จะมีการมองด้วยสายตาที่น่ากลัว ผู้คนทั่วไปไม่ค่อยกล้าสบตา

เสือสมิง เป็นความเชื่อที่อาจคล้ายคลึงกับความเชื่อของชนชาติอื่น อาทิ มนุษย์สิงโต (นรสิงห์), มนุษย์หมาป่า , มนุษย์เสือดาว เสือดำ, มนุษย์จระเข้, สกินวอร์คเกอร์

ส่วนวิธีจัดการกับเสือสมิงนั้น

- โยนกล่องไม้ขีดไฟให้ลองจุดดู ถ้าไม่สามารถจุดไม้ขีดไฟได้ แปลว่าเป็นเสือสมิง เพราะเสือสมิงไม่มีนิ้วแบบมนุษย์ มีแต่อุ้งเท้าเป็นเสือตรงบริเวณแขน แลมีฟันเขี้ยวแหลมคม สามารถงอกยาวและหดเล็กได้ รูปแบบที่พบเห็นทั่วไป มักปรากฏตัวออกมาในรูปร่างเหมือนคนปกติทุกประการ แม้กระทั่งนายพรานและผู้อื่นไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย จึงจำเป็นต้องสังเกตพฤติกรรมของคนๆนั้นให้ดี

- ใช้มีดหมอลงอาคมแทง หรือใช้กระสุนปืนศักดิ์สิทธิ์สำหรับฆ่าเสือสมิง เป็นการทำลายวิญญาณของมันให้ไปเกิดใหม่ และไม่ให้วิญญาณไปสถิตร่างเสือตัวอื่น

เสือสมิงตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง เชื่อว่าเป็นเจ้าป่าเจ้าเขาหรือพระภูมิเจ้าที่ ที่ดูแลรักษาปกป้องป่า จึงมีความเชื่อและข้อปฏิวัติว่า ห้ามล่าสัตว์หรือตั้งห้างบริเวณที่เป็นโป่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่เป็นที่ชุมนุมของสัตว์ป่า มีผู้ที่เคยพบเห็นเจ้าของโป่งในเวลากลางคืน อ้างว่า มีดวงตาสามดวง ตาดวงที่สามอยู่กลางหน้าผากและเป็นสีเขียวเรืองแสงในความมืด มีเรื่องเล่ากันของชาวกะเหรี่ยงว่า ผู้ที่พบเจอกับเสือสมิง มักจะปรากฏเป็นผู้หญิงหรือเมียเข้ามาตามถึงในป่าแจ้งว่า ลูกป่วยให้กลับบ้าน เป็นต้น ถ้าลงไปก็จะถูกฆ่าตาย บ้างถึงกับว่า เมื่อมีผู้ไม่ยอมลงไป สักพักก็กลับมาใหม่พร้อมด้วยคนอีกสี่คนหามคานใส่ศพของลูกหรือเมียมาก็มี มีบางคนที่ยิงปืนใส่ เช้ามาเมื่อลงจากห้างพบว่า มีรอยเท้าเสือขนาดใหญ่เพ่นพ่านอยู่บริเวณนั้น โดยเชื่อว่าคนสี่คนที่เห็นว่าหามคานนั้น คือ ขาทั้งสี่ข้างของเสือ เป็นต้น

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากเว็บไซต์   http://www.dek-d.com